ในช่วงเวลา 7 วันที่นิวยอร์ก คุณสามารถใช้ประสาทสัมผัสทางรสชาติเพื่อสำรวจความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองนี้ได้ ตั้งแต่พิซซ่าข้างถนนย่านบรูคลินไปจนถึงอาหารฝรั่งเศสระดับไฮเอนด์ในแมนฮัตตัน ทุกก้าวเดินคือการผจญภัยด้านอาหาร ต่อไปนี้คือไกด์ท่องเที่ยวที่รวบรวมจากประสบการณ์จริง เหมาะสำหรับผู้ที่อยากทำความเข้าใจอาหารนิวยอร์กอย่างแท้จริง
วันแรก: ทำความรู้จักกับอาหารนิวยอร์ก
หลังจากเดินทางมาถึงตอนเช้า ให้แวะไปที่ The Bagel Shop (ย่านอีสต์วิลเลจ) เพื่อลิ้มลองเบเกิลสไตล์นิวยอร์กแบบคลาสสิก กินคู่กับครีมชีสและแซลมอนรมควัน นี่คือเมนูอาหารเช้ามาตรฐานของชาวเมือง และเป็นวิธีที่ดีในการสัมผัสจังหวะชีวิตของนิวยอร์ก
สำหรับมื้อกลางวัน แนะนำให้ไปที่ Joe's Pizza (บรูคลิน) ร้านพิซซ่ายอดนิยมของนิวยอร์ก พิซซ่าแป้งบางขอบหนานุ่ม รสชาติเข้มข้น ในราคาสบายกระเป๋า
ตอนเย็น ลองไปที่ Smorgasburg (บรูคลิน) ตลาดนัดสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดหลากหลาย ตั้งแต่ทาโก้เม็กซิกันไปจนถึงทาโกะยากิญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการทดลองอาหารที่แตกต่างกัน
วันที่สอง: ตะลุยย่านอาหารในแมนฮัตตัน
ช่วงเช้า ไปที่ Eataly (ทางใต้ของเซ็นทรัลพาร์ก) ตลาดอาหารแนวอิตาเลียนที่มีทั้งร้านอาหารและร้านขายวัตถุดิบ เหมาะแก่การเดินเล่นชิลๆ และเลือกซื้อชีสอิตาเลียนหรือน้ำมันมะกอกกลับบ้าน
มื้อกลางวัน ขอแนะนำ Cotogna (ย่านอัปเปอร์เวสต์ไซด์) ร้านอาหารอิตาเลียนที่โด่งดังเรื่องพาสต้าทำมือและอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ ราคาย่อมเยา บรรยากาศอบอุ่น
ช่วงบ่าย แวะไปที่ Greenmarket (ใกล้ไทม์สแควร์) ตลาดเกษตรกรท้องถิ่นซึ่งเป็นที่นิยมของชาวเมือง ที่นี่มีทั้งผักผลไม้สดและงานฝีมือให้เลือกชมมากมาย
มื้อค่ำ ลองไปที่ Le Bernardin (ย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์) ร้านอาหารระดับมิชลินสามดาว โดดเด่นด้วยเมนูซีฟู้ด อาหารจานสวย บรรยากาศหรูหรา เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษ
วันที่สาม: สัมผัสกลิ่นอายยิวและอาหารจีน
มื้อเช้า ไปที่ Katz's Delicatessen (ย่านโลเวอร์อีสต์ไซด์) ร้านเก่าแก่กว่าศตวรรษ ตัวแทนของอาหารโพรเซสชันเนอร์สไตล์ยิวในนิวยอร์ก แนะนำแซนด์วิชเนื้อรมควัน ปริมาณเยอะ รสชาติจัดจ้าน
มื้อกลางวัน ลองไปที่ Peking Palace (ไชน่าทาวน์) หนึ่งในร้านอาหารจีนเก่าแก่ที่สุดของนิวยอร์ก เมนูเด็ดคือเป็ดปักกิ่ง แม้ราคาจะสูงหน่อย แต่คุณภาพคงที่
ช่วงบ่าย เดินเล่นใน Chinatown (ไชน่าทาวน์) ที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารจีนเท่านั้น แต่ยังมีแผงขายอาหารว่างมากมาย เช่น เกี๊ยวไส้หมูนึ่ง จีนปิ่งกั่วจื่อ เป็นต้น เหมาะสำหรับมื้อเร่งด่วน
มื้อค่ำ แนะนำ Xi'an Famous Foods (ไชน่าทาวน์) ร้านอาหารเสฉวนที่โดดเด่นด้วยหมูยัดไส้และเฉียงปี รสชาติจัดจ้าน ราคาย่อมเยา
วันที่สี่: สตรีทฟู้ดและวัฒนธรรมตลาดกลางคืน
วันนี้โฟกัสไปที่สตรีทฟู้ดของนิวยอร์ก ตอนเช้าแวะไปที่ Russ & Daughters (ย่านอีสต์วิลเลจ) ลิ้มลองปลาแซลมอนรมควันสไตล์รัสเซียและขนมหวาน ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารยิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของนิวยอร์ก
มื้อกลางวัน ไปที่ Morton's The Steakhouse (ใกล้วอลล์สตรีท) หากคุณชอบสเต็ก ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม แต่ราคาค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับการเอาใจตัวเองสักครั้ง
ช่วงเย็น มุ่งหน้าสู่ Chelsea Market (เชลซีมาร์เก็ต) ตลาดในร่มที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีร้านอาหารและแผงขายมากกว่า 50 แห่ง ตั้งแต่ซูชิไปจนถึงเบอร์เกอร์ เหมาะสำหรับเดินชิมไปเรื่อยๆ
ตอนกลางคืน ลองไปที่ย่านบาร์แถว Bowery Street เพื่อลิ้มลองค็อกเทลสร้างสรรค์และอาหารทานเล่น ดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนของนิวยอร์ก
วันที่ห้า: ตะลุยย่านเด่นแบบเจาะลึก
ช่วงเช้า ไปที่ Williamsburg (บรูคลิน) ย่านยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ ที่นี่มีคาเฟ่เอกเทศและร้านอาหารฮิตมากมาย แนะนำให้ไปที่ Bergen Arches ซึ่งมีร้านอาหารกลางแจ้งหลายแห่ง เหมาะสำหรับนั่งจิบกาแฟชมวิว
มื้อกลางวัน ลองไปที่ Lilia (วิลเลียมสเบิร์ก) เพื่อเพลิดเพลินกับอาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเมนูอิตาเลียนที่แปลกใหม่ ราคาสูงเล็กน้อย แต่คุ้มค่าแก่การลอง
ช่วงบ่าย ไปที่ Brooklyn Bowl (บรูคลิน) แม้ว่าที่นี่จะเป็นสถานที่จัดแสดงดนตรีเป็นหลัก แต่รอบๆ ก็มีแผงขายอาหารมากมาย เหมาะสำหรับฟังเพลงไปพร้อมกับการกิน
มื้อค่ำ แนะนำ Tavern on the Green (เซ็นทรัลพาร์ก) ร้านอาหารที่มีวิวสวยสุดยอด เหมาะสำหรับมื้ออาหารยามพระอาทิตย์ตก พร้อมบรรยากาศโรแมนติก
วันที่หก: ตลาดท้องถิ่นและครัวแบบโฮมเมด
วันนี้ใช้เวลาทั้งวันสำรวจตลาดท้องถิ่น เพื่อสัมผัสวิถีการกินของชาวเมืองนิวยอร์ก
ช่วงเช้า ไปที่ Union Square Greenmarket (แมนฮัตตัน) ตลาดเกษตรกรที่มีชื่อเสียงที่สุดของนิวยอร์ก เปิดทุกเช้า คุณสามารถหาผลไม้ ผัก ขนมปัง และชีสสดใหม่ได้ที่นี่
มื้อกลางวัน เลือกไปที่ Blue Hill at Stone Barns (ชานเมือง) ร้านอาหารที่มุ่งเน้นเกษตรกรรมยั่งยืน วัตถุดิบมาจากฟาร์มของตัวเอง ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร แต่ต้องจองล่วงหน้า
ช่วงบ่าย ไปที่ Dumpling Town (ไชน่าทาวน์) เพื่อทานเกี๊ยวน้ำทำมือ เกี๊ยวที่นี่มีหลากหลายไส้ รสชาติแบบดั้งเดิม
มื้อค่ำ แนะนำ The Standard, High Line (ฮัดสันยาร์ดส์) ที่นี่มีร้านอาหารและบาร์ดีๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อน
วันที่เจ็ด: ส่งท้ายทริปอาหาร
วันสุดท้ายสามารถจัดตามสะดวก หรือจะไปที่ Food Hall at Grand Central (สถานีแกรนด์เซ็นทรัล) เพื่อทานอาหารเช้ามื้อใหญ่ ก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับ
หากยังมีเวลา อาจแวะไปที่ Cotogna อีกสักครั้งเพื่อทานพาสต้าอิตาเลียน หรือไปที่ Katz's เพื่อซื้อแซนด์วิชเนื้อรมควันอีกหนึ่งชิ้น เป็นการปิดท้ายทริปอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารและเคล็ดลับ
วัฒนธรรมอาหารของนิวยอร์กได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการอพยพ ตั้งแต่อิตาเลียน ยิว จีน ไปจนถึงลาตินอเมริกา ทุกเชื้อชาติได้หยั่งรากและพัฒนาสไตล์เฉพาะตัวขึ้นที่นี่ ที่นี่คุณไม่เพียงได้ลิ้มลองอาหารต้นตำรับจากต่างแดน แต่ยังสัมผัสการผสมผสานของวัฒนธรรมต่างๆ ได้อีกด้วย
เคล็ดลับ:
- ร้านอาหารในสหรัฐฯ มักไม่เสิร์ฟน้ำเปล่าฟรี อย่าลืมพกขวดน้ำมาเอง
- ร้านอาหารยอดนิยมมักต้องจองล่วงหน้า โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยว
- บริการเดลิเวอรีแพร่หลาย สามารถสั่งผ่าน Grubhub, Uber Eats ฯลฯ
- ราคาอาหารในนิวยอร์กแตกต่างกันมาก ควรเลือกตามงบประมาณของตัวเอง
- อย่าลืมลองสตรีทฟู้ด เพราะมักเป็นตัวเลือกที่แท้จริงและราคาไม่แพงที่สุด
ทริปอาหารในนิวยอร์กไม่ใช่แค่การกิน แต่เป็นการสัมผัสวิถีชีวิตอย่างแท้จริง หวังว่าไกด์นี้จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้ดีขึ้น และเพลิดเพลินกับความอร่อยและความมีเสน่ห์ของเมืองนี้ได้อย่างเต็มที่